Text Size

เกี่ยวกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

pic01

ยุทธศาสตร์และภารกิจ

ดาวน์โหลดไฟล์แผนยุทธศาสตร์กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติปี 2559-2563


ในปีงบประมาณ 2558 กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2559 – 2563 ซึ่งประกอบด้วยวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์และตัวชี้วัด ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานของกระทรวงพลังงาน ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน และการส่งเสริมการพัฒนา ผลิต และใช้พลังงานควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานการปฏิบัติราชการของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ สามารถสอดรับและเป็นไปในทิศทางเดียวกับกระทรวง

 

ยุทธศาสตร์ของ ชธ.

1. สร้างความมั่นคงในการจัดหาเชื้อเพลิงธรรมชาติ จากแหล่งภายในประเทศและต่างประเทศ

กลยุทธ์

  • - เพิ่มการประเมินศักยภาพปิโตรเลียม เพื่อให้มีข้อมูลพื้นที่ที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการสำรวจให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น
  • - เร่งรัดให้มีการเปิดให้สิทธิ์ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่
  • - เร่งรัดการสำรวจในพื้นที่สงวน เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบปริมาณสำรอง
  • - ส่งเสริมการสำรวจในพื้นที่สงวน เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบปริมาณสำรอง
  • - ผลักดันการบูรณาการกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐอื่น เพื่อให้สามารถดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ได้
  • - ส่งเสริมผู้ประกอบการในการผลิตปิโตรเลียมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการเพิ่ม Recovery Factor และ Well Optimization
  • - เตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถดำเนินกิจกรรมการสำรวจและผลิตอย่างต่อเนื่องในแปลงที่สิ้นสุดระยะเวลาผลิต
  • - จัดทำแนวทางเพื่อให้การสำรวจและผลิตในพื้นที่พัฒนาร่วมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ไหล่ทวีปทับซ้อนกับประเทศ เพื่อนบ้าน
  • - ส่งเสริมการจัดหาก๊าซในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย
  • - ส่งเสริมและผลักดันให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนสำรวจและพัฒนาปิโตรเลียมในต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นระหว่างกัน อันจะก่อให้เกิดความร่วมมือด้านพลังงานในเชิงรุก
  • - ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะวิกฤติที่มีผลกระทบต่อการประกอบกิจการปิโตรเลียม
  • - เตรียมแผนการบริหารจัดการ LNG เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานของประเทศ
  • - บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาถ่านหินอย่างบูรณาการ

 

2. ส่งเสริมการประกอบกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กลยุทธ์

  • - จัดทำแนวทางการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในการประกอบกิจการปิโตรเลียมอย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • - พัฒนาองค์ความรู้และจัดทำแนวทางปฏิบัติที่ช่วยยกระดับด้านการป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้นำงานศึกษาวิจัยที่มีประสิทธิผลมาขยายผลอย่างต่อเนื่อง
  • - กระตุ้นและเสริมสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการมุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง ในการสำรวจและผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมเชิงป้องกัน

 

3. มุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงในการกำกับกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

กลยุทธ์

  • - เพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานและการให้บริการ โดยทบทวนปรับปรุงมาตรฐานกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ พร้อมพัฒนาระบบและดำเนินการติดตามประเมินผลกระบวนการอย่างต่อเนื่อง
  • - ยกระดับฐานข้อมูลสู่การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศ
  • - พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและกระบวนการสังเคราะห์ข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ความเที่ยงตรง และสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร
  • - บริหารอัตรากำลังให้มีความเหมาะสมกับภารกิจ โครงสร้าง พร้อมกับสรรหาและพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพกับการปฏิบัติงานในตำแหน่ง ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้บริหาร
  • - เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติและให้มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้เพื่อการพัฒนาองค์กร
  • - เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะในการสื่อสารและงานด้านมวลชนสัมพันธ์
  • - เสริมสร้างคุณค่า ความพึงพอใจ ความภาคภูมิใจในการปฏิบัติงานของบุคลากร

 

4. เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์

  • - ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชนและเครือข่ายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  • - เพิ่มการประชาสัมพันธ์สถานการณ์ปิโตรเลียมในวงกว้าง เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
  • - เสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในส่วนกลางและระดับภูมิภาค
  • - ตอบสนองต่อปัญหาเชิงวิกฤติจากการประกอบกิจการปิโตรเลียมที่มีผลกระทบต่อสังคม

 

 ภารกิจหลักของ ชธ.

  • 1. บริหารจัดการในการให้สัมปทาน การสำรวจ การผลิต การเก็บรักษา การขนส่ง การขาย การจำหน่ายปิโตรเลียม และการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในการประกอบกิจการปิโตรเลียม
  • 2. กำหนดแนวทางการจัดหา การพัฒนา และการจัดการแหล่งปิโตรเลียม
  • 3. กำหนดแนวทางการบริหารจัดการแอลเอ็นจีและถ่านหิน
  • 4. วิเคราะห์และประเมินศักยภาพปริมาณสำรอง และพัฒนาแหล่งเชื้อเพลิงธรรมชาติ
  • 5. พิจารณาสิทธิ ประสาน และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อผูกพันต่อรัฐรวมทั้งจัดเก็บค่าภาคหลวงและผลประโยชน์อื่นใดจากปิโตรเลียม
  • 6. กำหนดมาตรฐานการดำเนินงานอาชีว-อนามัยความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ในการประกอบกิจการปิโตรเลียม รวมถึงการรื้อถอนสิ่งติดตั้งในการประกอบกิจการปิโตรเลียม
  • 7. ประสานความร่วมมือในการสำรวจและพัฒนาแหล่งเชื้อเพลิงธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วม พื้นที่ทับซ้อนกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่น
  • 8. บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศปิโตรเลียม แอลเอ็นจี ถ่านหิน และเชื้อเพลิงธรรมชาติอื่นๆ อย่างบูรณาการ
  • 9. ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่สังคมให้เกิดการสนับสนุนการบริหารจัดการปิโตรเลียม แอลเอ็นจี และถ่านหินอย่างยั่งยืน
  • 10. พัฒนาศักยภาพกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง
  • 11. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ หรือตามที่กระทรวงพลังงานหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ