Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
ส่องพลังงานหมุนเวียนรัสเซีย
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
15 มีนาคม 2560

โดย MGR Online
12 มีนาคม 2560 21:27 น. (แก้ไขล่าสุด 12 มีนาคม 2560 21:50 น.)

สหพันธรัฐรัสเซีย ประเทศที่ทรงอิทธิพลในหลายด้าน ทั้งการทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ อวกาศ และแหล่งพลังงานที่มีปริมาณสำรองทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันมากเกือบที่สุดของโลก แต่ละวันรัสเซียมีการผลิตน้ำมันดิบมากถึง 10.44-11 ล้านบาร์เรล/วัน เป็นรองแค่ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐฯ

แต่เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และการถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกฉุดเศรษฐกิจรัสเซียหดตัวลง และเพิ่งจะเริ่มกระเตื้องดีขึ้นในปีนี้ จากนโยบายการปฏิรูปภายในประเทศที่หันมาลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกพลังงานที่เดิมเคยมีรายได้จากการส่งออกพลังงานถึง 70% ของจีดีพี หันมาสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ และมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น

แม้ว่ารัสเซียจะเป็นประเทศที่มีพลังงานเหลือเฟือ แต่ก็ไม่ละเลยเรื่องพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป ถ้าไม่มีการบริหารจัดการอย่างถูกต้องย่อมส่งผลกระทบต่อรุ่นลูกรุ่นหลานเหมือนหลายๆ ประเทศที่เดิมเคยเป็นผู้ส่งออกน้ำมัน แต่สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นผู้นำเข้าพลังงานเอง

ดังนั้น รัสเซียได้วางแผนการใช้พลังงานในการผลิตไฟฟ้าหลากหลายและสมดุลกันมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเข้ามาไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ ฯลฯ

บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทพลังงานไทยที่ให้ความสำคัญด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจากฯ ได้พาคณะผู้สื่อข่าวลัดฟ้ามาศึกษาดูงานด้านพลังงานงานที่รัสเซีย โดยได้มีการพบปะพูดคุยกับผู้บริหาร บริษัท Hevel Solar ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง PEHOBA 51% กับบริษัท POCHAHO 49% เพื่อผลิตโซลาร์เซลล์ และรับติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาอยู่ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้พัฒนาเทคโนโลยี HJT (Hetero Junction Technology) ต่อยอดแผงโซลาร์เซลล์เดิม โดยมีการผสมผสานระหว่างโซลาร์เซลล์แบบ crystalline Silicon หุ้มด้วยโซลาร์เซลล์ชนิดแผ่นฟิล์มบาง (Thin Film) ช่วยประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม ทำให้เหมาะสำหรับติดตั้งในพื้นที่ที่ไม่มีสายส่งไฟฟ้าเข้าถึงแทนที่การใช้ดีเซลปั่นไฟ ซึ่งมีสัดส่วนค่อนข้างสูงถึง 15% ในรัสเซีย

โดย Hevel Solar ยืนยันว่าโซลาร์เซลล์ชนิดดังกล่าวมีประสิทธิภาพแผงสูงถึง 18-20% ซึ่งปกติประสิทธิภาพของโซลาร์เซลล์แบบฟิล์มบาง (Thin Film) จะอยู่ที่ 10-12% เท่านั้น ทำให้ลดขนาดพื้นที่ในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และยังสามารถติดตั้งในพื้นที่ลาดเอียงได้ด้วย ซึ่งประจวบเหมาะกับแผนการขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่มีเป้าหมายขยายกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกเป็น 200 เมกะวัตตภายใน 2 ปีนี้

อุปสรรคสำคัญในการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นคือการหาที่ดินติดตั้งแผงโซลาร์ที่มีราคาแพง หากต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่มักจะอยู่บริเวณเขา ซึ่งเป็นที่ลาดเอียง ดังนั้นหากแผงโซลาร์ดังกล่าวที่จะมีการผลิตเชิงพาณิชย์ได้เต็มที่ 100 เมกะวัตต์ในปีหน้ามีประสิทธิภาพดีจริง ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีให้กับบีซีพีจีในอนาคต

บางจากยังได้มีการพูดคุยกับทางสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานลมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (RAWI) เกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาพลังงานลมในรัสเซีย พบว่าเป็นธุรกิจที่บริษัทด้านพลังงานให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยมีจำนวนสมาชิกในRAWI ถึง 64 บริษัท เนื่องจากการเข้าร่วมประมูลเพื่อขายไฟฟ้าจากพลังงานลมต้องเป็นสมาชิกในสมาคมดังกล่าว

โดยรูปแบบการคัดเลือกผู้ที่จะเสนอขายไฟฟ้าจากพลังงานลมนั้นการพิจารณาจะแตกต่างจากเมืองไทยที่พิจารณาแข่งขันด้านราคาค่าไฟต่อหน่วยถูกที่สุด แต่ที่รัสเซียพิจารณาจากเงินลงทุน (Capex) ถูกที่สุดก็ได้ไป โดยโครงการจะมีผลตอบแทนการลงทุนที่ 12% และอัตราความสามารถในการผลิตของโรงไฟฟ้า (Capacity Factor) ไม่น้อยกว่า 27% จึงจะได้รับการอุดหนุนด้านเงินทุนจากรัฐบาล

ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ของรัสเซียสนับสนุนการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะพลังงานลม 3.6 พันเมกะวัตต์ในปี 2567 หรือคิดเป็น 3.4% ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด โดยยอมรับว่าที่ผ่านมาการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังลมที่รัสเซียไม่ได้รวดเร็วมากนัก เนื่องจากมีข้อจำกัดว่าผู้ที่เสนอขายไฟจะต้องมีการใช้Local Content สูงถึง 65% ขณะที่การก่อสร้าง (EPC) คิดเป็น Local Content 21%เท่านั้น ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมผลิตวินด์เทอร์ไบด์ภายในประเทศ ส่งผลให้มีผู้ที่เสนอขายไฟในช่วงที่ผ่านมาเพียง 2 ราย คือ บริษัทพลังงานของฟินแลนด์ และบริษัทรัสเซียเอง แต่เชื่อว่านับจากนี้ไปจะมีการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น

โดยส่วนใหญ่พื้นที่เหมาะสมในการติดตั้งกังหันลมจะอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ขณะที่ทางใต้ของรัสเซียจะเหมาะสำหรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยรัฐอุดหนุนราคาค่าไฟโดยคิดอัตราค่าไฟบ้านที่อยู่อาศัย 3 รูเบิล/หน่วย และภาคอุตสาหกรรม 5-6 รูเบิล/หน่วย (1 รูเบิลเท่ากับ 0.60 บาท)

ชัยวัฒน์ระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านพลังงานหมุนเวียนมากกว่าหลายประเทศในแถบนี้ แต่อยากให้รัฐเร่งศึกษาและส่งเสริมเรื่อง Energy Storage และบริหารพีกโหลดอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีกโหลด) ในช่วง เม.ย.-พ.ค.ถึง 2 พันเมกะวัตต์ ทำให้ต้องมีการลงทุนโรงไฟฟ้าเพิ่มรองรับพีกโหลดดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ทางบางจากเองก็มีการเข้าไปลงทุนเหมืองลิเทียมที่สหรัฐฯ ซึ่งลิเทียมเป็นวัตถุดิบที่ใช้ทำแบตเตอรี่ ที่นับวันจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต

http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000025384&Keyword=%a1%ea%d2%ab%b8%c3%c3%c1%aa%d2%b5%d4

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ