Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
กรมเชื้อเพลิงฯ เปิดกฎหมาย 3 ฉบับ สำหรับการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่
หมวด : ข่าวประชาสัมพันธ์
13 พฤษภาคม 2560
           กรมเชื้อเพลิงฯ เปิดกฎหมาย 3 ฉบับ สำหรับการเปิดให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ในระบบแบ่งปัน ผลผลิต อายุสัญญา 39 ปี กำหนดต้องจ่ายค่าภาคหลวงที่ 10% จากยอดขายรวม ผู้รับสัญญาต้องเสนอแผนการสำรวจและผลิต 2 ครั้ง/ปี กำไรเข้ากระเป๋าไม่เกิน 50% ชี้ถอดแบบจากรูปแบบพื้นที่ทับซ้อน ไทย-มาเลเซีย (JDA) จากนี้พร้อมเปิด รับฟังความเห็น 15 วัน ก่อนสรุปนำเสนอ ครม.ต่อไป

           ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ประกาศรับฟังความเห็นจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องผ่านเว็บไซต์ของกรมเชื้อเพลิงฯต่อร่างกฎกระทรวง 3 ฉบับสำคัญที่สอดคล้องตาม พระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. ... คือ 1) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต (มาตรา 53/1) 2) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไขและระยะเวลาในการให้ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต นำส่งค่าภาคหลวงแก่รัฐ (มาตรา 53/6) และ 3) กฎกระทรวงกำหนดแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (มาตรา 53/2)

           ทั้งนี้ การดำเนินการให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศที่ผ่านมานั้นใช้เพียงระบบเดียว คือ สัมปทาน (Concession Contract) เท่านั้น แต่ครั้งนี้ได้เพิ่มรูปแบบ สัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC (Product Sharing Contract) เข้ามาใช้ด้วย โดยสาระสำคัญของกฎกระทรวงดังกล่าวรวม 26 ข้อระบุว่า สัญญามีระยะเวลาไม่เกิน 39 ปี แบ่งเป็นขั้นตอนการสำรวจไม่เกิน 6 ปี ต่อได้ไม่เกิน 3 ปี และขั้นตอนการผลิต ไม่เกิน 20 ปี ในกรณีที่ต้องการต่ออายุทำได้เพียง 1 ครั้ง แต่ไม่เกิน 10 ปี และผู้อนุมัติต่ออายุสัญญาคือคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของการหักค่าใช้จ่าย การกำหนด ค่าภาคหลวง และการกำหนดส่วนแบ่งกำไร กำหนดว่าค่าภาคหลวงอยู่ที่ร้อยละ 10 ของผลผลิตรวมที่ขายและจำหน่าย การหักค่าใช้จ่ายให้หักได้เท่าที่จ่ายจริงตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับอนุมัติไม่เกิน ร้อยละ 50 ของผลผลิตรวม และส่วน ที่เหลือเรียกว่าปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรให้ผู้รับสัญญาไม่เกินร้อยละ 50

           หลังจากที่สัญญามีผลบังคับใช้แล้ว ผู้รับสัญญาต้องนำเสนอแผนงานและงบประมาณต่อกรมเชื้อเพลิงฯภายใน 60 วัน กรมเชื้อเพลิงสามารถแก้ไขแผนงานได้ เมื่อเห็นว่าไม่คุ้มค่า หรือมีค่าใช้จ่ายที่สูงไป ที่สำคัญการปรับปรุงแผนต้องไม่ทำให้งบประมาณเกินกว่าร้อยละ 10 สำหรับการจัดการน้ำมันดิบนั้น ผู้รับสัญญาต้องให้สิทธิพิเศษแก่โรงกลั่นในประเทศเป็นอันดับแรก ด้านราคาขายให้เป็นไปตามราคาตลาด หรือใช้ราคา FOB (Free on Board) รวมไปจนถึงกรณีที่พบก๊าซธรรมชาติ ให้ใช้เพื่อรักษาระดับแรงดันในแหล่ง และสามารถจำหน่ายในประเทศหรือส่งออกได้

           ในกฎกระทรวงดังกล่าวยังกำหนดอีกว่า ในการจ่ายค่าภาคหลวงต้องใช้เงินบาทเท่านั้น แต่ในกรณีที่ไม่ใช่การจ่ายค่า ภาคหลวงให้ชำระเงินตราต่างประเทศได้ เมื่อผิดนัดชำระต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ส่วนกรณีชำระค่าภาคหลวงไม่ตรงเวลาหรือชำระขาด ต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อวัน นอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉิน หรือขาดแคลนน้ำมันดิบ กรมเชื้อเพลิงฯมีสิทธิซื้อน้ำมันดิบในส่วนของผู้รับสัญญา (ยกเว้นส่วนที่ได้ทำสัญญาซื้อขายแล้ว) ฯลฯ ในขณะที่สาระสำคัญของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอและการได้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตระบุไว้ว่า ผู้รับสิทธิเป็นผู้รับสัญญาต้องมีหลักฐาน คือ หลักฐานการเป็นบริษัท ส่วนในกรณีที่เป็นบริษัทที่ตั้งโดยกฎหมายต่างประเทศต้องมีหนังสือรับรองจากสถานเอกอัครราชทูต สถานทูต หรือสถานกงสุล หรือต้องมีหนังสือรับรองของโนตารีพับลิกในประเทศนั้น รวมถึง หลักฐานแสดงว่ามีทุน อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรและผู้เชี่ยวชาญเพียงพอ โดยอาจมีสถาบันที่เชื่อถือได้พร้อมหนังสือรับรอง ส่วนกรณีที่เงินทุน อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรไม่พอดำเนินการ จะต้องมีบริษัทอื่นที่รัฐบาลเชื่อถือได้เป็นผู้รับรองที่แสดงความสัมพันธ์การลงทุนหรือการจัดการระหว่างบริษัท

           นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิง ธรรมชาติ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กฎหมายทั้ง 3 ฉบับผ่านการพิจารณาจากพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว ทั้งนี้ ยังเหลือ เพียงร่างหลักเกณฑ์วิธีการกำหนดพื้นที่ว่าควรใช้รูปแบบใดระหว่างระบบสัมปทาน ระบบแบ่งปันผลิต และระบบจ้างผลิต (Service Contract) ที่รอการอนุมัติว่าจะนำมาเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ได้เปิดรับฟังความเห็น (Focus Group) ไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งในทางปฏิบัติเมื่อผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้ว สามารถออกเป็นประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียมว่าด้วยการกำหนดพื้นที่เพื่อให้สิทธิสำรวจและผลิตได้

           สำหรับรายละเอียดของระบบแบ่งปัน ผลผลิตนั้น ได้ยึดตามรูปแบบจาก JDA (Joint Development Plan) ในพื้นที่ ทับซ้อนไทย-มาเลเซีย ที่นำเนื้อหาบางส่วนมาปรับใช้กับการให้สิทธิสำรวจและผลิต โดยมีการปรับในแง่ของการเสนอแผนการลงทุนมาที่กรมเชื้อเพลิงฯ จากต้นแบบที่กำหนดไว้เพียงปีละครั้ง มาเป็น 2 ครั้งต่อปี เพื่อความคล่องตัวของเอกชนในกรณีที่เมื่อขุดเจาะไปแล้วและต้องขุดเจาะ เพิ่มเติมจากแผนที่นำเสนอไว้ ก็สามารถนำเสนอเพิ่มเติมได้

           "กฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ โดยละเอียดครบถ้วนปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกรม เชื้อเพลิงฯ โดยจะรับฟังความเห็นรวม 15 วัน คือ (11 พ.ค.-26 พ.ค.) จากนั้นนำความเห็นสรุปที่เป็นประโยชน์นำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในกรณีที่ ความเห็นที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ก็อาจจะปรับรายละเอียดเพิ่มเติมได้ จากนั้น นำเสนอต่อ ครม.เห็นชอบต่อไป"

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ