Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเผย ทิศทางการดำเนินงานการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก.เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย
หมวด : ข่าวประชาสัมพันธ์
22 มิถุนายน 2560

ตามที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้แถลงภายหลังการประชุมร่วมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยให้อำนาจแก่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ใน 3 กิจการ ได้แก่ 1.การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 2.การวางกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้า และ 3.การทำเหมืองแร่ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยถือว่าไม่เป็นการขัดกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นั้น

 นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การประกอบกิจการปิโตรเลียม นับเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลให้มีการแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งหากมีการใช้พื้นที่ ส.ป.ก. ที่เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมต้องพิจารณาถึงประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับนอกเหนือไปจากการทำเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะการชดเชยโดยตรงให้กับเกษตรกรผู้ถือครองสิทธิ์ในพื้นที่นั้นๆ และหากมีการนำผลประโยชน์ที่ได้ส่งเข้ากองทุนเพื่อเกษตรกรตามข้อเสนอของ ส.ป.ก. กรมฯ ก็ไม่ขัดข้อง โดยที่ผ่านมานั้นการประกอบกิจการปิโตรเลียมได้สร้างรายได้ให้กับประเทศจำนวนมาก จากค่าภาคหลวงปิโตรเลียมและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม โดยค่าภาคหลวงที่จัดเก็บได้จะนำส่งกระทรวงการคลังร้อยละ 40 และจัดสรรกระจายรายได้ให้กับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอีกร้อยละ 60 นอกจากนี้ บริษัทผู้รับสัมปทานยังมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ในพื้นที่ที่มีการดำเนินสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอีกด้วย เช่น การนำก๊าซธรรมชาติที่จำเป็นต้องเผาทิ้งบางส่วนมาใช้แทนก๊าซหุงต้มในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของท้องถิ่น

นอกจากนี้ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ว่าหากมีความชัดเจนในเรื่องข้อกฎหมาย กรมฯ จะได้ทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัทผู้รับสัมปทานที่ได้รับผลกระทบให้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ซึ่งกรมฯ จะได้ดำเนินงานร่วมกับ ส.ป.ก. ในรายละเอียดของการกำหนดพื้นที่และขั้นตอนการยื่นคำขอใช้พื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียมให้มีความชัดเจนและเหมาะสมต่อไป รวมทั้ง มีแผนจะดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมป่าไม้ กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมเจ้าท่า เป็นต้น เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการปิโตรเลียมเพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

                                                                                  กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ
                                                                                    22 มิถุนายน 2560

-พระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2560 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/065/32.PDF

-พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2560 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/065/42.PDF









 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ