Text Size

ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์

pic01
ปลัดพลังงานคาดนำเข้า LNG-LPG อาจพุ่งมากใน 10 ปีข้างหน้า หลังปริมาณก๊าซฯอ่าวไทย-เมียนมาเริ่มลดลง
หมวด : ข่าวพลังงานประจำวัน
11 สิงหาคม 2560

ข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 10 สิงหาคม 2560 14:58:16 น.

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แนวโน้มการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ของประเทศไทยจะสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเริ่มลดลง ขณะที่ก๊าซฯจากแหล่งผลิตในเมียนมาก็จะเริ่มลดลงตามสัญญาเช่นกัน ทำให้จำเป็นต้องนำเข้า LNG เข้ามาเสริมในระบบ ขณะที่การลดลงของก๊าซฯในอ่าวไทยก็จะกระทบต่อการผลิต LPG ของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ

ทั้งนี้ ตามประมาณการปี 64-66 คาดว่าปริมาณการนำเข้า LNG จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน หรือคิดเป็น 10% ของยอดใช้ก๊าซฯทั้งหมดในประเทศที่ 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน จะเพิ่มการนำเข้า LNG เป็น 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน หรือคิดเป็น 40% และเป็น 50% ของยอดใช้ก๊าซฯในปี 70 ขณะที่ปริมาณการนำเข้า LPG ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 10% คิดเป็น 4.3 หมื่นตัน/เดือน ก็จะเพิ่มเป็น 20% ในปี 64-66 และเพิ่มเป็น 30% ในปี 70

ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ก๊าซฯอยู่ที่ 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ซึ่งจัดหาจากก๊าซฯในอ่าวไทย 2,900 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ,พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) 400 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ,เมียนมา 1,050 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมบนบกของไทย 80-100 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ส่วนที่เหลือก็ต้องนำเข้า LNG เข้ามาเสริมในระบบ

ขณะที่ปริมาณก๊าซฯในอ่าวไทยเริ่มลดลง โดยเฉพาะจากแหล่งสัมปทาน 2 แหล่งใหญ่ที่จะหมดอายุในปี 65-66 มีปริมาณผลิตอยู่ที่ 2,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน แต่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีแผนยืดอายุก๊าซฯ จึงต้องการลดผลิตเหลือ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ส่วนที่หายไปจะนำเข้า LNG มาทดแทน ขณะที่แหล่งเจดีเอ จากปัจจุบันจัดหาอยู่ที่ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วันนั้น ได้มีการเจรจาเพื่อต่อสัญญาแล้ว จากเดิมจะหมดปี 70 ส่วนแหล่งก๊าซฯในเมียนมา จัดหาอยู่ในปัจจุบันระดับ 1,050 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ก็จะทยอยลดลงจาก 2 แหล่งคือยาดานาและเยตากุน โดยคาดว่าจะลดลงเหลือระดับ 350 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ในปี 66-67

ดังนั้น จากปริมาณก๊าซฯที่ลดลง กระทรวงพลังงานจึงต้องเปิดเสรีธุรกิจก๊าซฯ เพื่อให้เกิดการแข่งขันจากเดิมมีเพียงบมจ.ปตท. (PTT) เป็นผู้นำเข้าเพียงรายเดียว แบ่งเป็น เปิดเสรีธุรกิจ LPG ที่ให้ผู้ค้ามาตรา 7 รายอื่นสามารถนำเข้า LPG ได้ โดยกำหนดปริมาณสำรองเพิ่มขึ้นจากเดิม 1% หรือ 5 วัน เป็น 2% หรือ 10 วัน และต้องสร้างคลัง LPG ใน 64 จากปัจจุบันอนุญาตให้ใช้คลังลอยน้ำไปก่อน

สำหรับการเปิดเสรีธุรกิจ LNG จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น เบื้องต้นอนุมัติขยายคลัง LNG แห่งแรกที่ จ.ระยอง จาก 10 ล้านตัน/ปี เป็น 11.5 ล้านตัน/ปี , การสร้างคลัง LNG แห่งที่ 2 ในอ.หนองแฟบ จ.ระยอง อีก 7.5 ล้านตัน/ปี และคลังลอยน้ำ FSRU ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 5 ล้านตัน/ปี รวมทั้ง FSRU ที่เมียนมาของปตท. อีก 3 ล้านตัน/ปี โดยที่ผ่านมาได้มีการเจรจากับทางเมียนมาไปเบื้องต้นแล้ว โดยสรุปพื้นที่สร้าง FSRU ที่เมือง KANBAUK และคาดว่าจะสามารถลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOA) ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนที่จะจัดขึ้นที่ฟิลิปปินส์ในช่วงปลายเดือนก.ย.นี้

--อินโฟเควสท์ โดย อตฦ/วิลาวัลย์/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/iq03/2692382
 
Share on:
<< ย้อนกลับ
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ