ข้อมูลการดำเนินงาน

pic01

การสำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือนในทะเล

การสำรวจคลื่นไหวสะเทือนในทะเล การสำรวจคลื่นไหวสะเทือนในทะเล

อุปกรณ์ที่ใช้ในการสำรวจ

  • เรือสำรวจ พร้อมอุปกรณ์การสำรวจ และระบบสื่อสารที่ทันสมัย เรือสำรวจมีความยาวประมาณ 50-80 เมตร กว้าง 15-20 เมตร Tonnage Gross ประมาณ 3,000-6,000 ตัน
  • อุปกรณ์ต้นกำเนิดสัญญาณคลื่น (Air Gun) เป็นรูปทรงกระบอก ใช้อัดอากาศ ให้มีความดัน ประมาณ 2,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แล้วปล่อยอากาศออกมา ทำให้เกิดสัญญาณคลื่น
  • อุปกรณ์รับสัญญาณคลื่น (Hydrophone) อยู่ลึกจากผิวน้ำ 5-8 เมตร ต่อพ่วงกัน ยาวประมาณ 3,000 เมตร มีจำนวน 1 สาย หรือมากกว่า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย สิ่งกีดขว้างต่างๆ ออกจากแนวสำรวจ
    ขั้นตอนการสำรวจ
  • ก่อนเริ่มการสำรวจประมาณ 3-5 วัน จะต้องเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง และอุปกรณ์ประมงต่างๆ ออกจากแนวสำรวจ รวมทั้ง ติดต่อกับเรืออื่นๆ ไม่ให้แล่นตัดเข้ามาในแนวของเรือสำรวจ ในช่วงดำเนินการ อุปกรณ์ประมง รวมทั้งสิ่งกีดขวางที่ถูกเคลื่อนย้าย จะมีการจดบันทึกรายละเอียด หมายเลข รหัส ตำแหน่ง พิกัด ไว้เป็นหลักฐานหาก มีความเสียหาย ก็จะได้รับการชดเชยค่าเสียหาย ตามความเป็นจริง ต่อไป
  • กำหนดตำแหน่งเรือสำรวจตามแนวที่วางไว้ในแผนที่ โดยอาศัยเครื่องมือบอกตำแหน่ง DGPS ซึ่งจะส่งสัญญาณจากดาวเทียม และสถานีภาคพื้นดินเป็นตัวเปรียบเทียบ เพื่อบอกตำแหน่งที่แน่นอนของเรือสำรวจ
  • เรือสำรวจแล่นด้วยความเร็วคงที่ตามแนวที่กำหนดไว้ (ส่วนใหญ่จะอยู่ในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก และทิศเหนือ-ใต้) อุปกรณ์ต้นกำเนิดคลื่นเสียงจะส่งสัญญาณคลื่นทุก 5-10 วินาที ผ่านน้ำทะเลลงไปสู่ชั้นดิน-หินใต้พื้นทะเล และสะท้อนกลับมา สู่ตัวรับสัญญาณ
  • สัญญาณที่ได้จะถูกบันทึกลงบนแถบแม่เหล็ก ซึ่งจะต้องประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงภาพตัดขวางใต้ผิวดิน แสดงลักษณะโครงสร้างทางธรณี และการวางตัวของชั้นหิน
  • ข้อมูลการสำรวจที่ผ่านการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์ จะถูกนำไปแปลความหมายโดยนักธรณีฟิสิกส์ เพื่อตรวจสอบลักษณะการวางตัว โครงสร้างของชั้นหิน และเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณากำหนดตำแหน่งหลุมเจาะสำรวจ หรือหลุมพัฒนาต่อไป

    ระยะเวลาการสำรวจ

          โดยทั่วไปใช้เวลาสำรวจประมาณ 1-3 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดพื้นที่ ระยะทางรวม (กม.) ของแนวสำรวจทั้งหมด และสภาพอากาศ แนวสำรวจอาจมีความยาวตั้งแต่ 5 กม. ถึง มากกว่า 100 กม. ตามขนาดของพื้นที่สำรวจ แนวสำรวจจะวางตัวขนานกัน ตลอดความยาว ระยะห่างระหว่างแนวประมาณ 10 เมตร ถึงมากกว่า 5 กม. ขึ้นกับความละเอียดของข้อมูลที่ต้องการ เรือสำรวจ ปฎิบัติงานได้เฉลี่ยประมาณ 100-500 กม. ต่อวัน หรืออาจสำรวจได้ถึง 250 กม. ต่อวัน หากไม่มีอุปสรรคด้านสภาพอากาศ กระแสน้ำ ความหนาแน่นการประมง และการเดินเรือ เป็นต้น การสำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือน อาจมีผลกระทบโดยตรงต่อการทำประมง ซึ่งจะต้องงดเว้น หรือหลีกเลี่ยงการทำประมง หรือต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ประมงที่พบเสมอ คือ ซั้ง ซึ่งต้องเคลื่อนย้ายออกจากแนวสำรวจ อย่างไรก็ตาม การเดินเรือ หรือการทำประมงก็สามารถกระทำได้ตามปกติ ในระยะห่างไม่น้อยกว่า 500 เมตร จากเรือสำรวจ และอุปกรณ์สำรวจ (สายเคเบิลพร้อม อุปกรณ์รับสัญญาณ ความยาวประมาณ 3,000 เมตร อาจมีมากกว่า 1 สาย และอยู่ลึกจากผิวน้ำ 5-8 เมตร) การประสานงาน และประชาสัมพันธ์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสำรวจ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะได้รับทราบแผนการสำรวจ ขอบเขตพื้นที่ และกำหนดเวลาการสำรวจล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน การสำรวจที่ผ่านมาได้รับความอนุเคราะห์ และความร่วมมือด้วยดีจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชาวประมงทำให้บรรลุผลตามเป้าหมาย ทะเลอ่าวไทยยังคง โชติช่วงด้วยก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของประเทศอีกนาน

    เรือสำรวจคลื่นไหวสะเทือน


    เรือสำรวจ Geco Shaphire
    เรือสำรวจ Seismic ขณะกำลังปฏิบัติการลากสาย Geophone
สำรวจกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ